นิชคุณ หรเวชกุล Nichkhun 2PM
posted on 12 Sep 2011 20:45 by earthsanz

นิชคุณเกิดที่เมืองแรนโค คูคามอนกา (Rancho Cucamonga) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีพี่ชาย 1 คน ชื่อณิชฌาน (เกิด 11 กันยายน พ.ศ. 2529) ศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ (คอมพิวเตอร์) ที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียริเวอร์ไซด์ และยังมีน้องสาว 2 คน ชื่อนิชธิมา ชื่อเล่นญาณิน ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และณัฐจารี ชื่อเล่นเฌอรีน กำลังศึกษาในระดับมัธยมที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล
เมื่ออายุได้ 1 ปี ครึ่ง นิชคุณย้ายกลับมาประเทศไทยพร้อมครอบครัว โดยในช่วงแรกนิชคุณพักอาศัยอยู่ที่บ้านในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 และศึกษาระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 4 ณ โรงเรียนเทพกาญจนา ซึ่งตั้งอยู่ย่านพรานนก ในระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้นนิชคุณได้รับรางวัลนักเรียนสุขภาพฟันดีเสมอมา ในช่วงที่ศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นิชคุณและครอบครัวย้ายไปพักอยู่ที่บ้านย่านถนนพุทธมณฑลสาย 3 นิชคุณจึงต้องย้ายไปศึกษา ณ โรงเรียนแห่งใหม่ คือ โรงเรียนตั้งพิรุฬห์ธรรม จนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล หลังจากสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นิชคุณย้ายไปศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งดำเนินการสอนแบบคาทอลิก และมีอายุเก่าแก่กว่า 150 ปี โดยในช่วงแรก นิชคุณพักอาศัยอยู่กับพี่ชายซึ่งศึกษาอยู่ใน นิวซีแลนด์ด้วยเช่นกัน แต่ภายหลังพี่ชายย้ายไปศึกษาต่อใน สหรัฐอเมริกา เป็นเหตุให้นิชคุณรู้สึกเหงา คิดถึงบ้านเป็นอย่างมาก และโทรติดต่อกับครอบครัวในประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง แต่ในที่สุดก็สามารถปรับตัวกับการอยู่เพียงลำพังคนเดียวได้
ในขณะที่นิชคุณอายุได้ 12 ปี และสำเร็จการศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษโดยใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปีครึ่ง ในประเทศนิวซีแลนด์ ป้าของนิชคุณซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกาแจ้งให้ครอบครัวของนิชคุณทราบว่ามีห้องพักว่างและหากนิชคุณต้องการที่จะย้ายมาศึกษาที่สหรัฐอเมริกา ก็สามารถมาพักอาศัยอยู่ด้วยได้ นิชคุณจึงตัดสินใจย้ายมาศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในมลรัฐ แคลิฟอร์เนีย โดยเริ่มศึกษาในระดับ (เกรด) 9 ในช่วงแรกของการศึกษา ผลการศึกษาของนิชคุณ (คะแนนเฉลี่ย) อยู่ที่ประมาณ 3.8-3.9 แต่ในภายหลัง คะแนนเฉลี่ยลดลงเหลือ 3.7 เนื่องจากทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนน้อยลงแต่ให้กับเพื่อนๆ มากขึ้น เมื่อศึกษาไปได้ระยะหนึ่ง นิชคุณย้ายไปศึกษาต่อ ณ โรงเรียนมัธยม Los Osos ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เพิ่งเปิดใหม่ ตั้งอยู่ใกล้บ้านพัก พี่ชายของนิชคุณต้องการให้นิชคุณย้ายมาศึกษาในโรงเรียนแห่งใหม่นี้ เนื่องจากเห็นว่าโรงเรียนเก่ามีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยดีนักและไม่ปลอดภัย ในขณะที่โรงเรียนแห่งใหม่มีขนาดใหญ่กว่า และสภาพแวดล้อมดีกว่า แม้ว่านิชคุณจะค่อนข้างอิดออดเนื่องจากความคุ้นเคยกับโรงเรียนเก่าและเพื่อนๆ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจย้ายโรงเรียน ภายหลังจากที่ปรับตัวเข้าการเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่และรู้จักเพื่อนมากขึ้น ผลการเรียนของนิขคุณต่ำลงเล็กน้อย คะแนนเฉลี่ยลดลงเหลือ 3.4 อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ศึกษาระดับมัธยมใน สหรัฐอเมริกา นิชคุณเป็นที่รู้จักของบรรดานักเรียนในโรงเรียน และเป็นแบบอย่างในด้านการแต่งตัว มีนักเรียนจำนวนมากที่แต่งตัวเลียนแบบนิชคุณ
ด้านความสนใจ นิชคุณชอบเล่นกีฬาแบดมินตัน ,กอล์ฟ , สโนว์บอร์ด , เทนนิส , มวยไทย มีความสามารถเล่นดนตรีคือเปียโน ชอบรับประทานอาหารไทย อย่างข้าวผัดหมู ผัดไทย แกงเขียวหวาน ชอบดื่มน้ำลิ้นจี่ปั่น[4] นิชคุณพูดภาษาได้ 4 ภาษาคือ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี สถานที่ที่ชอบไปบ่อย ๆ คือร้านสตาร์บัคส์ สมัยอยู่ประเทศไทยมักเดินเล่นสยามสแควร์ ชอบฟังเพลงของค่ายเบเกอร์รี่ นักแสดงคนโปรดคือ แบรด พิตต์, เจนนิเฟอร์ อนิสตัน, จอห์น ทราโวลต้า และบรูซ วิลลิส นักร้องที่ชอบคือ ปาล์มมี่, นภ พรชำนิ, บอย โกสิยพงศ์ และเบน ชลาทิศ ด้านนิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้อายและเงียบๆ แต่ถ้ารู้จักด้วยแล้วจะคุยไม่หยุด
ในปี พ.ศ. 2548 ขณะที่ศึกษาที่สหรัฐอเมริกา เพื่อนชาวเกาหลีชวนไปเที่ยวงานเทศกาลดนตรีเกาหลี (Korean Music Festival) ในเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งในวันนั้นบริษัทเจวายพี ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนในฮอลลีวูดกำลังหาคนมาออดิชั่นอยู่ จึงมีคนเข้ามาชักชวน และยังมีบริษัทพีเจ ซึ่งเป็นบริษัททำเพลงเช่นกันก็เข้ามาชวนเช่นกัน ในระหว่างที่ทั้งสองฝั่งคุยกันว่าใครมาก่อนมาหลัง นิชคุณก็เดินออกมา แต่ก็ให้เบอร์โทรศัพท์กับทั้ง 2 ซึ่งในวันรุ่งขึ้นบริษัทพีเจโทรมาก่อน แต่นิชคุณบอกไปว่ายังไม่สนใจ ในวันเดียวกันบริษัทเจวายพีก็โทรมา บอกว่าเป็นบริษัทที่เรนสังกัดอยู่ จึงสนใจขึ้นมาหน่อย ตื๊ออยู่นานจึงตกลงจะไปออดิชั่นให้ โดยนัดกันเจอที่ร้านสตาร์บัคส์ ซึ่งมีการตั้งกล้องหน้าร้าน นิชคุณร้องเพลง "All Or Nothing" ของวงโอทาวน์ จากนั้นก็เต้น จนคนในร้านมองกันทั้งร้าน หลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ก็โทรกลับมา โดยบริษัทชวนมาอยู่เกาหลี โดยจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้ ถือเป็นเด็กไทยคนแรกและคนเดียวที่ผ่านการออดิชั่น และเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถทำการออดิชั่นผ่านจากผู้เข้าออดิชั่นทั้งหมด 11 ประเทศทั่วโลก
ปี 2549 นิชคุณได้เป็นนักแสดงหน้าใหม่ในสังกัดของ เจวายพี เอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งในขณะนั้นมีนักร้องนักแสดงดังอย่าง เรน อยู่ในสังกัดนี้ด้วย ซึ่งเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 8 ปี โดยได้เปิดตัวงานแรกจากสังกัดเจวายพี กับการรับหน้าที่เป็นพิธีกรให้กับรายการ Super Star Survival ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย เป็นรายการเรียลลิตี้หลังจากนั้นบินไปเกาหลี ดูการทำงานของบริษัท ดูการฝึกซ้อม เป็นเวลา 1 อาทิตย์ แล้วกลับเมืองไทยอีก 2 อาทิตย์ ถ่ายทำรายการที่สยามสแควร์ เริ่มมีคนมาขอถ่ายรูป เริ่มมีนักข่าว หนังสือแนวเกาหลีขอสัมภาษณ์ ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงกลับไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา แต่เกิดปัญหาเรื่องส่งหนังสือลาไม่ถึง ทำให้ถูกปรับตก ไม่ได้จบแบบเต็มตัวแต่จบแบบ Diploma
[แก้] ทูพีเอ็ม
ผลงานทางด้านพิธีกร เมื่อปี 2007 นิชคุณเป็นพิธีกรรายการ J's Studio ซึ่งคุณได้เป็นพิธีกรร่วมกับแทกยอนจากเกาหลี แต่ออกอากาศได้ 2 ตอน รายการก็ถูกยกเลิกไป นิชคุณเป็นพิธีกรร่วมกับนักร้อง-นักแสดง และพิธีกรชื่อดังของเกาหลี คือ คัง โฮดง, ยูนจองชิน, คิมแจดง, ชอนจิน, เอ็มซี มง และซออินยอง ในรายการ Ya Shim Man Man 2 ซึ่งเริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2551 ออกอากาศทั้งหมด 15 ตอน ก็ต้องขอถอนตัวออกเนื่องด้วยภาษาที่ยังไม่แข็งแรง แต่นิชคุณยังเป็นแขกรับเชิญประจำของรายการวาไรตี้ที่ชื่อ Star King
เดือนเมษายน 2552 นิชคุณเดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อเข้ารับการคัดเลือกทหาร ที่วัดโกมุทพุทธรังษี ถนนพุทธมณฑลสาย 3 กรุงเทพฯ แต่เนื่องจากในพื้นที่นี้มีผู้สมัครเป็นทหารครบตามจำนวนแล้ว จึงไม่ต้องเข้ารับ การจับใบดำใบแดง (จับได้ใบแดง ในการสาธิต) ต่อมาในเดือนเดียวกันเมื่อวันที่ 16 เมษายน พวกเขาปล่อยซิงเกิ้ลที่สองคือ "2:00PM Time for change" และหลังจากนั้นวันที่ 23 เมษายน ได้แสดงโชว์โชว์คัมแบ็คในเวทีเอ็มเน็ตเอ็มเคานต์ดาวน์ กับเพลง "Again & Again"
หลังจากนั้นนิชคุณ กลับมาประเทศไทยอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2552 เพื่อเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ต "Mai-Tina Beauty On The Beat Concert" ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 นิชคุณและวงทูพีเอ็มเข้าพบนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร่วมรณรงค์โครงการฉันรักประเทศไทย ต่อมา 4 กรกฎาคม 2552 วงทูพีเอ็มแสดงในงานป็อปมิวสิกอวอร์ดส 2009 ที่พัทยา อีก 2 วันถัดมาแสดงโชว์เคสที่ลานหน้าสยามพารากอน
เดือนพฤศจิกายน 2552 วงทูพีเอ็มออกผลงานอัลบั้มใหม่กับสมาชิก 6 คนในผลงานชุด 1:59PM มีเพลงเปิดตัวคือ "Heartbeat" หลังจากนั้นไม่นานวงทูพีเอ็มยังได้รับรางวัล 2 รางวัลใหญ่จากรางวัลเอ็มเนตเอเชียนมิวสิกอวอร์ดส ในสาขาศิลปินแห่งปีและรางวัลกลุ่มชาย


ขอขอบคุณข้อมูล จาก www.wikipedia.org
และรูปสวยจาก http://www.2pm-online.com/














